Home

ความแม่นยำคือมาตรฐาน

งานสำรวจและแผนที่คือความเชี่ยวชาญของเรา

ผลงานของเรา

Our work

การสำรวจทางอากาศ (Aerial Survey)

เป็นกระบวนการเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่และสภาพแวดล้อมจากมุมสูง โดยใช้เทคโนโลยีอากาศยานและเซ็นเซอร์ขั้นสูงเพื่อสร้างแผนที่หรือวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความแม่นยำสูง

  • อากาศยานไร้คนขับ (UAV/Drones): เป็นเครื่องมือหลักที่เข้าถึงง่าย  มีการพัฒนาสู่ระบบ Autonomy ที่ทำงานได้เองโดยอัตโนมัติเกือบ 100% ตั้งแต่การบินไปจนถึงการประมวลผลข้อมูล
  • LiDAR (Light Detection and Ranging): ใช้เลเซอร์สแกนเพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติที่มีรายละเอียดสูงมาก นิยมใช้ในการทำแผนที่ภูมิประเทศและงานเหมืองแร่
  • การสำรวจด้วยภาพถ่าย (Photogrammetry): การนำภาพถ่ายจากมุมต่าง ๆ มาซ้อนทับเพื่อวัดขนาดและสร้างแผนที่ออร์โธสี (Orthophoto) ที่มีความถูกต้องทางตำแหน่ง
  • การรับรู้ระยะไกล (Remote Sensing): การเก็บข้อมูลโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น อินฟราเรด หรือ เรดาร์ เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศ มลพิษ หรือสภาพพืชพรรณ

การสำรวจทางบก (Land Survey)

มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ให้ความละเอียดสูงถึงระดับมิลลิเมตร ซึ่งเป็นจุดแข็งที่การสำรวจทางอากาศยังทำได้ไม่เท่าเทียม 

  • เครื่องมือรังวัดความละเอียดสูง (Precision Tools):  กล้องสำรวจแบบประมวลผลอัตโนมัติ (Robotic Total Stations) กลายเป็นมาตรฐานหลักที่ช่วยให้ช่างสำรวจเพียงคนเดียวสามารถทำงานรังวัดที่ต้องการความละเอียดสูงระดับมิลลิเมตรได้อย่างรวดเร็ว
  • Mobile Mapping System (MMS): เป็นการติดตั้งเซ็นเซอร์ LiDAR และกล้อง 360 องศาบนยานพาหนะ เพื่อสแกนเก็บข้อมูลพื้นที่ถนนและอาคารแบบ 3 มิติขณะเคลื่อนที่ ช่วยลดเวลาการทำงานภาคสนามจากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง
  • GNSS และโครงข่ายรังวัดระดับเซนติเมตร: การใช้ระบบดาวเทียมนำทาง (GNSS) ร่วมกับเครือข่ายสถานีฐานแบบ ฃRTK (Real-Time Kinematic) ช่วยให้ระบุตำแหน่งบนพื้นโลกได้อย่างแม่นยำในระดับเซนติเมตรทันที เหมาะสำหรับการรังวัดแนวเขตที่ดินและการวางผังสิ่งก่อสร้าง

การสำรวจทางน้ำ (Hydrographic Survey)

ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว โดยเน้นความปลอดภัย ความรวดเร็ว และการเข้าถึงพื้นที่ที่เรือขนาดใหญ่เข้าไม่ถึง ผ่านเทคโนโลยีสำคัญดังนี้

  • ยานสำรวจไร้คนขับ (USV - Unmanned Surface Vehicles): มีการใช้เรือสำรวจอัตโนมัติขนาดเล็กที่ควบคุมระยะไกลหรือตั้งโปรแกรมการบินอัตโนมัติ เช่น เรือตระกูล HydroBoat ที่ติดตั้งเครื่องหยั่งน้ำแบบ Multibeam Echo Sounder สำหรับสร้างแผนที่ท้องน้ำแบบ 3 มิติในแม่น้ำหรือชายฝั่งที่มีความซับซ้อน
  • Bathymetric LiDAR: เทคโนโลยีสแกนจากอากาศที่ใช้เลเซอร์สีเขียวส่องทะลุผิวน้ำเพื่อวัดความลึกและลักษณะพื้นท้องน้ำในเขตน้ำตื้น (0-20 เมตร) ได้อย่างรวดเร็ว นิยมใช้ในการทำแผนที่แนวชายฝั่งเพื่อรับมือวิกฤตชายฝั่งทะเล
  • การประมวลผลข้อมูลแบบ Real-Time: ระบบซอฟต์แวร์ในปี 2569 รองรับการประมวลผลผ่าน 
  • Cloud Computing ทำให้วิศวกรสามารถตรวจสอบคุณภาพข้อมูลและแก้ไขแผนสำรวจได้ทันทีขณะที่เรือยังปฏิบัติงานอยู่ในน้ำความแม่นยำสูงระดับเซนติเมตร: การเชื่อมต่อระบบรังวัดเข้ากับโครงข่ายดาวเทียม
  • GNSS RTK ทำให้สามารถระบุตำแหน่งของข้อมูลระดับน้ำและพื้นใต้น้ำได้อย่างแม่นยำสูงสุด เพื่อใช้ในงานวิศวกรรมทางน้ำและการขุดลอกร่องน้ำเดินเรือ